รีวิวหนัง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า (2006)



ภาพยนตร์: แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า
กำกับ: ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์
นักแสดงนำ: วรเวช ดานุวงศ์ ณัฐฐาวีรนุช ทองมี โก๊ะตี๋ จตุรงค์ ม๊กจ๊ก ค่อม ชวนชื่น จิ้ม ชวนชื่น

หนังตลกต้องตลก ไม่จำเป็นต้องให้แง่คิด ขอให้ตลก แต่หนังตลกที่ทั้งตลกและให้มุมมองดีๆ มันก็เลยเป็นสุดยอดหนังตลก...

สนิท (แดน วรเวช) เป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักมวย โดยมีแก๊งเพื่อนซี๊สี่คนคือ แสบ (จตุรงค์ ม๊กจ๊ก) สอง (โก๊ะตี๋) สิทธิ์ (น้าค่อม ชวนชื่น) และเสนาะ (จิ้ม ชวนชื่น) คอยให้กำลังใจเพื่อทำความฝันของเขาให้เป็นจริง แต่จนแล้วจนรอดสนิทก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จกับการเป็นนักมวยได้ จนเกิดวิกฤตกับแฟนสาวของเขา สวย (วีเจจ๋า) กำลังจะตาบอด สนิทจึงจำเป็นต้องชนะการแข่งชกมวยให้ได้เพื่อนำเงินมารักษาตาให้กับเธอ

ความตลกของหนังเรื่องนี้จัดมาแบบไม่ให้เสียเวลาเพราะขำกันตั้งแต่ฉากแรก นำความฮาโดยสี่นักแสดงตลกชั้นนำของเมืองไทย แม้มุกบางมุกเหมือนจะแป้กแต่การจัดหนักจัดเต็มทำให้หัวเราะต่อเนื่องแม้จะแป้กแต่ก็ขำต่อๆ กันไปได้ เราแทบไม่มีเวลาได้หายใจเลยทีเดียวในช่วงครึ่งแรกของหนัง (หัวเราะมันส์มาก) ส่วนครึ่งหลังความฟรุ้งฟริ้งของ 2 พระนางถึงได้ฉายแสง แดนและจ๋าเล่นได้เข้าขากันอย่างไม่น่าเชื่อ มุกจีบกันของทั้งคู่มันช่างดูบ๊านบ้าน แต่มันก็น่าร๊ากน่ารัก ดนตรีประกอบช่วยเร่งจังหวะให้เราคึกคักในฉากฮา และคูลดาวน์อารมณ์ในฉากหวานได้อย่างแนบเนียน

แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจคือข้อคิดจากหนังตลกฮาไม่บันยะบันยังเรื่องนี้ ไม่น่าเชื่อว่าหนังแนวนี้จะมีมุมมองดีๆ แฝงอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังใจที่เพื่อนมีให้เพื่อนและคนรักมีให้คนรัก เรื่องของความรักที่เกิดจากความเข้าใจและยอมรับในตัวตนของคนรัก เรื่องความรักระหว่างพ่อกับลูก และเรื่องความรักที่มีต่อความฝันของตัวเอง

แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้าคือหนังตลกรักที่ไม่เพ้อฝัน มันสอนให้รู้ว่าถึงแม้เราจะไม่สามารถทำในสิ่งที่รักได้ แต่เราก็ไม่ควรหมดไฟและท้อแท้กับชีวิต  เพราะสิ่งที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตก็คือ การรู้จักรักในสิ่งที่ทำ

ให้คะแนน 5/5

รีวิวหนัง Sully (2016)



ภาพยนตร์: Sully
กำกับ: Clint Eastwood
นักแสดงนำ: Tom Hanks, Aaron Eckhart, Laura Linney

Sully เป็นหนังแนวสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ระทึกขวัญของเที่ยวบิน 1549 ของสายการบิน US Airways และหนังเรื่องนี้สร้างจากเหตุการณ์จริง 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2009 กัปตัน Sully (Tom Hanks) พร้อมด้วยนักบินร่วม Jeff (Aaron Eckhart) นำลูกเรือและผู้โดยสารรวมทั้งหมด 155 ชีวิตทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อจะนำทุกคนไปสู่จุดหมายปลายทาง แต่ไม่ทันไรก็เกิดเหตุที่ทำให้เครื่องบินมีปัญหา และจำเป็นต้องลงจอดด่วน 

กัปตัน Sully ต้องใช้ทั้งประสบการณ์และสติสัมปะชัญญะในการนำพาผู้คนนับร้อยให้ผ่านเหตุไม่คาดฝันนี้ไปให้ได้ ซึ่งตรงนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเพราะข่าวเกี่ยวกับเที่ยวบิน 1549 ลำนี้โด่งดังไปทั่วโลก โดยชาวอเมริกันถึงกับขนานนามสิ่งที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบินนี้ว่าเป็น "Miracle on the Hudson" เพราะกัปตัน Sully สามารถนำเครื่องบินลงจอดบนแม่น้ำฮัดสันในนครแมนฮัทตันได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยรักษาชีวิตของผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหมดไว้ได้ ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงไม่มีความตื่นเต้นแบบหนังแอ็คชั่นที่เราจะได้ลุ้นว่ากัปตันจะแก้สถานการณ์อย่างไร หรือจะมีใครตายหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว แต่หนังเรื่องนี้ตีแผ่เบื้องลึกของเหตุการณ์หลังจากวันที่ 14 มกราคม 2009 ต่างหาก 

ขณะที่กัปตัน Sully ถูกเรียกว่าเป็น "ฮีโร่" จากผู้รอดชีวิตทุกคน แต่ทางสายการบินกลับเห็นต่าง เพราะการนำเครื่องลงจอดบนแม่น้ำทำให้เครื่องบินเสียหายอย่างหนัก และแน่นอนว่าสายการบินต้องการหาคนรับผิดชอบ ซึ่งก็เป็นกระบวนการปกติของทุกสายการบินอยู่แล้ว ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางการบินขึ้น ก็ต้องสืบหาว่าต้นเหตุคืออะไรและมีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ ทำให้กัปตัน Sully ผู้เพิ่งผ่านนาทีแห่งความเป็นความตายมาหมาดๆ กลับต้องมาเจอกับการสอบสวนว่าเขาตัดสินใจผิดหรือไม่ที่นำเครื่องบินไปลงในแม่น้ำ แทนที่จะนำกลับไปที่สนามบินต้นทางซึ่งจะทำให้ปลอดภัยทั้งผู้โดยสารและตัวเครื่องบิน

ใครที่ชอบหนังสอบสวนหรือหนังเรื่อง Flight ที่ Denzel Washington เล่น น่าจะชอบเรื่องนี้ เราก็ชอบหนังเรื่องนี้ แต่ต้องยอมรับว่าหนังมีส่วนน่าเบื่ออยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับหนังของผู้กำกับอย่างปู่ Clint Eastwood ที่กำกับหนังได้ค่อนข้างเนิบนาบแทบทุกเรื่อง แต่จริงๆ ก็อาจเป็นการดีสำหรับเรื่องนี้ที่เล่าเรื่องช้าๆ เพราะถ้าเร็วคนดูอาจตามไม่ทันเนื่องจากมีข้อมูลให้ต้องดูไปประมวลไปเยอะพอสมควร อย่างไรก็ตามฉากน่าเบื่อเหล่านั้นถูกกลบไปด้วยการแสดงอันทรงคุณค่าของ Tom Hanks ไม่เสียชื่อนักแสดง 2 รางวัลออสการ์เลยจริงๆ

สิ่งที่ดีที่สุดจากหนังมีสองอย่างคือ นักแสดงนำ และ บทภาพยนตร์ Tom สวมบทนักบินผู้มากประสบการณ์ได้น่าเชื่อ และแม้เขาจะไม่มีโอกาสได้เล่นใหญ่ในบทนี้ เพราะกัปตัน Sully เป็นคนสุขุมจึงไม่แสดงคำพูดที่บ่งบอกความรู้สึกมากนัก แต่การแสดงของ Tom ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของกัปตัน Sully ได้ทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียด ความสับสน ความไม่มั่นใจ ความดีใจ และความตื้นตันใจ ทุกอย่างอยู่ในสีหน้า แววตา และน้ำเสียงของนักแสดงคนนี้ทั้งหมด ในขณะที่นักแสดงร่วมอย่าง Aaron ก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่มีที่ติเช่นกัน

เรื่องบทถือเป็นงานยากเพราะหนังมีแต่พูดๆๆ คนเขียนบทต้องทำให้คนดูมีสมาธิกับคำพูดสำคัญๆ ของเรื่องให้ได้ ซึ่งก็ยอมรับว่าบททำได้ดี ทำให้เรื่องที่ฟังดูเข้าใจยาก เป็นอะไรที่เข้าใจได้ 

ถึงแม้จะบ่นว่าเล่าเรื่องได้เนิบนาบ แต่ก็ต้องปรบมือให้กับปู่ Clint ที่กำกับหนังเรื่องนี้ออกมาเป็นหนังดีเรื่องหนึ่ง เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องตัดต่อไปมาระหว่างการสอบสวนและการนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ด้วยความเก๋าของผู้กำกับมากฝีมือจึงทำให้แม้จะตัดสลับไปๆ มาๆ แต่ก็ยังดูรู้เรื่อง

ให้คะแนน 4.5/5


รีวิวหนัง The Jungle Book (2016)



ภาพยนตร์: The Jungle Book
กำกับ: Jon Favreau
นักแสดงนำ: Neel Sethi, Bill Murray (Voice), Ben Kingsley (Voice), Idris Elba (Voice), Lupita Nyong’o (Voice), Scarlett Johansson (Voice), Christopher Walken (Voice), Giancarlo Esposito (Voice)

เคยคิดว่าเมาคลีพอโตมาก็กลายเป็นทาซาน เข้าใจผิดมาตลอด 555+ เพิ่งรู้ว่าเมาคลีถูกเลี้ยงโดยหมาป่าส่วนทาซานถูกเลี้ยงโดยลิง และเมาคลีอิงมาจากเรื่องจริง ส่วนทาซานเป็นเรื่องแต่ง The Jungle Book เป็นเรื่องราวของเมาคลี

Mowgli (Neel Sethi) ถูกทิ้งไว้ในป่าตั้งแต่ยังเป็นทารก เขาเติบโตจากการเลี้ยงดูของฝูงหมาป่า โดยมี Akela (Giancarlo Esposito) เป็นจ่าฝูง กระทั่ง Mowgli เริ่มโตเป็นหนุ่มน้อย เริ่มมีความคิดความอ่าน เริ่มรู้จักใช้สมองสร้างสิ่งต่างๆ ซึ่งผิดแปลกไปจากวิถีของเหล่าหมาป่า ทำให้ Akela ต้องคอยเตือนอยู่เสมอ Mowgli รักฝูงหมาป่าที่เขาเติบโตมาแต่แล้วเขาก็ต้องถูกส่งตัวกลับไปอยู่กับมนุษย์เพราะเสือ Shere Khan (Idris Elba) หมายจะเอาชีวิตเขาให้ได้ การเดินทางผจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตของ Mowgli จึงเริ่มขึ้นโดยมีเสือ Bagheera (Ben Kingsley) และหมี Baloo (Bill Murray) คอยช่วยเหลือ

The Jungle Book มีบทหนังที่เหมาะสำหรับเด็กเพราะเนื้อหาค่อนข้างเบาเข้าใจง่าย แต่ฉากบางฉากนี่ซิ ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับเด็กหรือเปล่าเพราะออกจะน่ากลัวไปนิด อย่างไรก็ตามในมุมมองของผู้ใหญ่ก็ต้องชมว่าทำหนังได้สนุกและเพลิดเพลินมาก ตลอดเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงแม้จะมีจุดที่เรื่อยๆ เอื่อยๆ บ้างแต่ก็ยังตื่นตาตื่นใจเพราะ CG ในหนังมันเนียนตาสุดๆ แม้พูดได้ไม่เต็มปากว่า CG ดูเป็นธรรมชาติเพราะบางฉากก็ดูเกินจริง แต่ภาพสวยแบบนี้ทำให้ลืมนึกถึงความจริงไปได้ชั่วขณะเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ต้องชมผู้กำกับ Jon Favreau ที่จัดวางภาพ CG กับนักแสดงจริงได้ลงตัวมาก แต่ที่ต้องชมที่สุดคือความน่ารักของ Neel หนุ่มน้อยผู้รับบท Mowgli เขาแสดงได้ดีทั้งในฉากดราม่าและแอคชั่น ความน่ารักของเขาทำให้เราอดไม่ได้ที่จะลุ้นและเอาใจช่วยตามไปด้วย

หนังเรื่องนี้มีความเป็นดีสนีย์สูงมากคือภาพสวย ใช้นักแสดงชื่อดังมาเป็นคนพากษ์ และยังมีเพลงสนุกๆ ให้ได้คึกคักกันด้วย ซึ่งจุดนี้เด็กๆ อาจจะชอบ แต่เรามองว่ามันโดดๆ ไปหน่อยที่อยู่ๆ ก็จับเพลงมาใส่ทั้งๆ ที่ไม่ได้ปูมาให้เป็นหนังมิวสิคัล และแม้เนื้อหาของเรื่องจะเบาตามสไตล์ดีสนีย์แต่ก็เหมาะที่จะใช้สอนเด็กในเรื่องของการใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา ความโกรธจนมุทะลุไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น รังแต่จะนำพาความเดือดร้อนมาให้ การรู้จักใช้สมองที่มีติดตัวมากับมนุษย์ทุกคนต่างหากที่จะนำพาไปสู่ชัยชนะได้

ให้คะแนน 4.5/5

รีวิวหนัง Deadpool (2016)


ภาพยนตร์Deadpool
กำกับTim Miller
นักแสดงนำRyan Reynolds, Morena Baccarin, T.J. Miller

Ryan Reynolds คือพระเอกที่สร้างชื่อมาจากหนังรักตลกเรื่อง The Proposal แต่หลังจากนั้นรัศมีความดังของเขาก็ค่อยๆ จางลงๆ จนมาถึงเรื่อง Deadpool หนังแอคชั่นคอมเมดี้เรตอาร์ที่ฮาไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ซึ่งโกยรายได้ไปบานตะไท Ryan จึงกลับมาผงาดอีกครั้งในฐานะพระเอกสุดเกรียน

Deadpool คือหนึ่งในซุปเปอร์ฮีโร่ของจักรวาลมาร์เวล ไม่ใช่ซิ เขาไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ แต่เขาคืออดีตทหารฝีมือดีนามว่า Wade (Ryan Reynolds) ที่ทำงานรับจ้างทั่วราชอาณาจักร เขากับแฟนสาว Vanessa (Morena Baccarin) รักกันหวานชื่น ชีวิตดี๊ดี จนกระทั่งเขามารู้ตัวว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เขาจึงเข้ารับการทดลองเพื่อเป็นมนุษย์กลายพันธ์เพราะหวังจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ผลการทดลองทำให้เขามีพลังพิเศษแต่ก็แลกมาด้วยใบหน้าและร่างกายที่พุพอง เขาไม่กล้ากลับไปหา Vanessa ในสภาพนั้น เขาตั้งชื่อตัวเองใหม่ว่า Deadpool และภารกิจหลักของเขาก็คือค้นหาผู้ที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้นเพื่อจะได้รักษาใบหน้าเขาให้หาย

ความมันส์บังเกิดขึ้นเพราะ Deadpool ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นซุปเปอร์ฮีโรแต่อย่างใด เขาเกรียน โกรธ แค้น ห่าม และ แสบสุดๆ นี่ทำให้เขาแตกต่างจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่เรียงหน้ากันมาสร้างชื่อเสียงกันเป็นแถวๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้เขาจะไม่หลงตัวเองเท่า Iron Man แต่ความฮาและบ้าบิ่นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก Deadpool จัดให้อยู่ในหนังเรต เพราะมันไม่เหมาะกับเด็ก มีฉากรุนแรงเยอะ จะว่าดูเพื่อความบันเทิงก็ได้แต่เป็นบันเทิงแบบเสียจริตนิดๆ ถ้าใครชอบอะไรหลุดโลกๆ ล่ะก็ หนังเรื่องนี้ทำมาเพื่อคุณ

Deadpool มีการผสมผสานเพลงประกอบบางเพลงไม่ได้เหมาะกับหนังแอคชั่นเลย แต่ทำไมมันดูลงตัวก็ไม่รู้ คงเพราะหนังมันบ้าบอจนไม่ต้องคิดอะไรมาก อยากจับอะไรมาใส่ก็ใส่ คนดูถูกยัดเยียดให้รับสิ่งที่หนังจัดให้ๆ ได้ หรือถ้าไม่ได้ก็เลิกดูไปซะ ใช่ว่า Deadpool จะแคร์ซะที่ไหน 555+

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีข้อคิดให้เห็นชัดเจนแต่ก็ได้แง่มุมบางอย่างหลังหนังจบคือ บางทีคนเราก็มัวห่วงแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนลืมไปว่าคนที่รักเราจริงเขารักเราจากภายใน


ให้คะแนน 4.5/5

รีวิวหนัง The Proposal (2009)


ภาพยนตร์: The Proposal
กำกับ: Anne Fletcher
นักแสดงนำ: Sandra Bullock, Ryan Reynolds

Sandra Bullock ไม่เคยทำให้ผิดหวังในหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ ไม่ว่าจะเป็น Miss Congeniality หรือ Two Weeks Notice ในขณะที่ Ryan Reynolds ก็ทำหน้าดีได้ดีในหนังแนวนี้เช่นเรื่อง Just Friends และ Definitely, Maybe ซึ่งแม้หนังสองเรื่องนี้ของเขาจะไม่ดังแต่ถ้าใครชอบแนวนี้แนะนำว่าควรหามาดู ไม่น่าจะผิดหวัง

เมื่อนักแสดงที่เชี่ยวชาญหนังโรแมนติกคอมเมดี้สองคนมาเจอกัน เคมีจึงออกมาฟรุ้งฟริ้งสปริงซองสุดๆ The Proposal พูดถึงความรักของคนสองคนที่เหมือนจะไม่ถูกกันและต่างสถานะกัน แต่มีเหตุให้ต้องได้ใกล้ชิดกันและรักกันในที่สุด พล๊อตแบบนี้คนไทยเรียกว่าน้ำเน่า ส่วนฝรั่งน่าจะเรียกว่า Cliche คือซ้ำซากจำเจเดาได้ง่าย แต่ขอบอกว่าน้ำเน่าๆ คลีเช่ๆ แบบนี้แหละ เราชอบดูนัก 555+

Margaret Tate (Sandra Bullock) บรรณาธิการสาวใหญ่ของบริษัทในสหรัฐกำลังจะถูกส่งตัวกลับแคนาดาประเทศบ้านเกิดของเธอ ทำให้เธอต้องดึงเลขาหนุ่ม Andrew Paxton (Ryan Reynolds) เข้ามาช่วยด้วยการแต่งงานกับเธอเพื่อที่เธอจะได้เปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันและสามารถอาศัยอยู่ในอเมริกาต่อได้ 

Andrew ไม่เต็มใจนักแต่ข้อเสนอที่เธอนำมาแลกทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ Margaret จึงเดินทางไปบ้านเกิดของ Andrew เพื่อทำความรู้จักกับครอบครัวเขา การได้เรียนรู้กันและกันนอกเหนือจากเวลางานทำให้คนทั้งคู่ค่อยๆ ซึมซับนิสัยเบื้องลึกของอีกฝ่ายที่อาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน และแน่นอนว่ามันก็เกิดเป็นความรัก...

เนื้อเรื่องแบบนี้คนดูเดาได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องบทจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญแต่มันคือเรื่องของการแสดงล้วนๆ แม้จะเป็นหนังรักต่างวัยที่ฝ่ายหญิงอายุเยอะกว่าฝ่ายชายเป็นสิบปี แต่การแสดงกลับเข้ากันดีไม่มีจุดที่รู้สึกอึดอัดเรื่องช่องว่างระหว่างวัยเลย Sandra กับ Ryan เล่นกันเหมือนถือเชือกกันคนละข้าง เมื่อคนนึงดึงอีกคนจะผ่อนเมื่อคนนึงผ่อนอีกคนจะดึง มันจึงไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป จังหวะรับส่งลื่นไหลไม่มีสะดุด ทำให้หนังมีสีสันและสนุกน่าติดตาม ยิ่งได้นักแสดงสมทบมากฝีมือมาเสริมทัพด้วยแล้วก็ทำให้หนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในหัวใจของคนดูหลายๆ คน เพราะฉากตลกก็ฮา ฉากรักก็หวาน แถมเป็นหนังที่ให้แง่คิดเรื่องครอบครัวอีกด้วย การที่นางเอกไม่มีพ่อแม่ทำให้เธอกลายเป็นคนแข็งกระด้าง ในขณะที่พระเอกก็ฝังใจว่าทำให้พ่อผิดหวัง เมื่อคนสองคนที่มีปมเรื่องครอบครัวมาเจอกันจึงเติมเต็มกันและกันได้อย่างลงตัว


ให้คะแนน 5/5

รีวิวหนัง Definitely, Maybe (2008)



ภาพยนตร์: Definitely, Maybe
กำกับ: Adam Brooks
นักแสดงนำ: Ryan Reynolds, Isla Fisher, Rachel Weisz, Elizabeth Banks, Abigail Breslin

Definitely, Maybe คือหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่หนังแฟรีเทลที่เดินตามแบบฉบับหนังรัก มันไม่ใช่หนังดราม่าที่มีปมปัญหาหนักๆ มันไม่ใช่หนังตลกที่หัวเราะจนกรามค้าง แต่มันคือหนังที่ผสมผสานความรัก สัมพันธภาพ และการค้นหาตัวเองได้อย่างลงตัว

เมื่อ Will Hayes (Ryan Reynolds) กำลังจะหย่าขาดกับภรรยา ทำให้ Maya (Abigail Breslin) ลูกสาววัย 10 ขวบของเขาตั้งคำถามเกี่ยวกับความรัก เขาต้องเล่าถึงความรักกับผู้หญิง 3 คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาให้ลูกฟัง แต่เขาเล่าโดยการเปลี่ยนชื่อของผู้หญิงทั้ง 3 Maya จะได้ไม่รู้ว่าคนไหนคือเรื่องราวของแม่เธอ

Emily คือแฟนสาวคนแรกของเขาที่คบกันตั้งแต่เรียนมัธยม แต่เมื่อเติบโตขึ้นความฝันอันสวยหรูทางด้านอาชีพการงานของเขาทำให้เธอกลัว ทั้งคู่จึงต้องเลิกลากันทั้งๆ ยังรักกันอยู่ Summer ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาในจังหวะที่เขากำลังรุ่งโรจน์ในการงาน ทั้งคู่ส่งเสริมกันด้านการงานเป็นอย่างดี แต่ก็เรื่องงานนี่แหละที่ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกัน April เป็นเพื่อนสนิทของเขาที่มีความคิดขัดแย้งกับเขาเสมอแต่ก็เป็นคนที่เขาชอบคุยด้วยที่สุด ทั้งคู่สนิทกันมากจนคำว่าเพื่อนกลายเป็นปัญหาในการขยับความสัมพันธ์

หนังเรื่องนี้มีทั้งความตลก ดราม่า และอบอุ่นหัวใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่คิดว่าหนังเล็กๆ จะสร้างอิมแพคกับเราในด้านความคิดได้ขนาดนี้ หนังเหมือนไม่มีอะไร แค่การเล่าเรื่องราวความรักของผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิง 3 คนให้ลูกสาวฟัง แต่ในความไม่มีอะไรมันคือความเรียล เพราะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงๆ

ในหนังรักเรื่องราวความรักมักสวยหรูเสมอ ความรักคือความสวยงาม แต่เรื่องนี้ไม่ได้สวยหรู ความรักคือการเรียนรู้ แต่ก่อนที่เราจะเรียนรู้ความรัก เราควรรู้จักตัวเองให้ถ่องแท้ เพราะถ้าเรายังไม่รู้เลยว่าเราต้องการอะไร เราจะค้นพบความรักที่เข้ากับเราได้ยังไง

ให้คะแนน 5/5

***สปอยขั้นสูงสุด***

ประเด็นที่น่าสนใจของหนังมี 2 ประเด็นคือเรื่องการที่คนสองคนจะรักกัน กับการที่คนสองคนจะเลิกกัน มันเป็นประเด็นที่สวนทางกันแต่ก็สวยงามลงตัว การที่พระเอกเล่าเรื่องราวความรักของเขาให้ Maya ฟัง ทำให้เด็กหญิงวัย 10 ขวบอย่างเธอที่ตั้งคำถามกับพ่อตลอดเวลาว่าทำไมต้องหย่ากับแม่เข้าใจว่าความรักของผู้ใหญ่มันซับซ้อนยิ่งนัก มันไม่ใช่แค่รักกันแล้วจะอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง เมื่อเธอรับรู้ถึงความรักที่ผ่านมาของพ่อ เธอก็เข้าใจถึงสถานการณ์การแยกทางกันของพ่อกับแม่ได้ดีซึ่งมันทำให้เธอไม่ต้องเจ็บปวดใจมากนัก


ขณะที่ความสัมพันธ์นึงกำลังจะแตกแยก (ด้วยดี) อีกความสัมพันธ์นึงก็กำลังก่อตัวขึ้นใหม่อีกครั้ง ความรักของพระเอกนางเอกเรื่องนี้มันเกี่ยวกับจังหวะเวลา ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมานาน แต่จังหวะที่พบกันพวกเขายังต้องไปค้นหาตัวเอง ยังต้องไปเรียนรู้ความรักจากคนอื่นๆ ก่อน กระทั่งเวลาผ่านไปหลายปีมากๆ พวกเขาก็พบว่าคนที่ยังติดอยู่ในหัวใจของพวกเขาก็คือกันและกันนั่นเอง ความรักแบบนี้แม้จะไม่ได้เริ่มต้นสวยหรู ไม่ใช่เจอปุ๊บรักปั๊บเป็นรักแรกพบ แต่ความรักที่เกิดจากความเป็นเพื่อนมันมักจะมีความผูกพันมาผสมผสานด้วยเสมอ ทำให้ทั้ง Maya และเรามั่นใจว่ารักครั้งนี้ของเขามันน่าจะมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

รีวิวหนัง Just Friends (2005)


ภาพยนตร์: Just Friends
กำกับ: Roger Kumble
นักแสดงนำ: Ryan Reynolds, Amy Smart

Just Friends คือหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่อาจไม่ได้ให้ข้อคิดอะไรนัก แต่ก็เป็นหนังที่ดูเพลินสนุกดีเหมือนกัน ยิ่งใครที่มีแฟนที่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนน่าจะยิ่งอิน แต่ถึงเป็นคนโสดก็ดูได้ขำๆ ดี เพราะมันไม่ถึงกับโรแมนติกจ๋า แต่มันผสมคอมเมดี้ไว้เยอะทีเดียว

Chris Brander (Ryan Reynolds) เป็นเพื่อนสนิทกับ Jamie Palamino (Amy Smart) มาตั้งแต่เด็กๆ เขาหลงรักเธอมานาน แต่เพราะเขาเป็นหนุ่มร่างตุ้ยนุ้ยทำให้ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ในวันฉลองเรียนจบมัธยมปลาย เขาเขียนคำสารภาพรักตั้งใจจะให้ Jamie อ่านแต่ดันโดนเพื่อนจอมแสบเอาไปแฉซะก่อน เขาอับอายมากจึงหนีออกจากเมืองนั้นไปอยู่ที่อื่น

10 ปีต่อมา Chris เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนละคน เขาเป็นหนุ่มหุ่นดีทรงเสน่ห์ ทำงานอยู่ในวงการเพลง ระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปปารีสกับ Samantha James (Anna Faris) นักร้องสาวที่กำลังโด่งดัง ก็เกิดเหตุทำให้เขาและเธอต้องไปติดอยู่ที่นิวเจอร์ซี่ซึ่งก็คือบ้านเกิดของเขานั่นเอง

Chris กลับไปเจอ Jamie อีกครั้งในลุคใหม่ซึ่งเขาคิดว่าเธอน่าจะชอบ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เธอสัมผัสได้ว่าเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นคนขี้อวดและหลงตัวเอง ความผอมและความหล่อเหลาของเขาเอาชนะใจเธอไม่ได้ แถมตัวเขาเองก็ยังก้าวข้ามคำว่า “เพื่อน” ไม่ได้ด้วย ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ของเขากับเธอเป็นไปอย่างแปลกประหลาดและตลกขบขัน

หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักที่มุ่งเน้นให้ความบันเทิง ซึ่งก็ทำได้ดีในแบบฉบับหนังรักแนวนี้ ที่มีครบรสทั้งความโรแมนติกและความฮา ข้อคิดดีๆ ที่หนังพยายามจะสื่อแต่ไม่ชัดเจนนักคือ การเป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องสนใจรูปลักษณ์ภายนอก นั่นแหละดีที่สุดแล้ว


ให้คะแนน 3/5

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 21: The World



โลก เป็นคนจิตใจดี มีคุณธรรม ไม่เห็นแก่ตัว สมบูรณ์พูนสุข

สถานการณ์ สุขสบาย ชีวิตสมบูรณ์ ฐานะความเป็นอยู่ดี มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี สมหวัง ประสบความสำเร็จ มีโอกาสไปอยู่ต่างประเทศ

การงาน ถ้ารองานจะได้งาน ถ้ามีงานทำแล้วก็มีความสุขกับการทำงาน

อาชีพที่เหมาะ งานเกี่ยวกับต่างชาติ

การเงิน มีเงินจรเข้ามา ได้รับเงินแบบฟลุ๊คๆ

ความรัก สุขสมหวัง พบรักกับคนถูกใจ เป็นความรักที่มีความสุขทางใจโดยไม่ต้องมีพิธีแต่งงาน

สุขภาพ สมบูรณ์ดี

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 20: Judgement



เวรกรรม เป็นคนกระตือรือร้น คล่องแคล่วว่องไว โผงผาง เข้าใจยาก โมโหร้าย และขึ้วิตกกังวล

สถานการณ์ เกิดสิ่งไม่คาดฝันซึ่งเป็นไปได้ทั้งดีและร้าย (ต้องดูไพ่แวดล้อมด้วย) ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกรรมเก่า อาจหมายถึงต้องชดใช้กรรมชั่ว หรือกรรมดีกำลังจะส่งผลก็ได้ ที่ได้มักไม่หวัง ที่หวังมักไม่ได้

การงาน ถ้าเป็นคนขยันจะได้รับคำชมเชยจากเจ้านาย ถ้าขี้เกียจก็จะได้รับคำตำหนิ

อาชีพที่เหมาะ หมอ พยาบาล ครู ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ

การเงิน ได้ร้บมรดกแบบไม่คาดฝัน ได้รับเงินชดเชย การเงินเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ความรัก การหวนกลับมาของคนรักเก่า ถ้าคบกันมานานก็คุยเรื่องแต่งงาน คนโสดมีโอกาสเจอคู่ที่ดี

สุขภาพ ดี ถ้าเจ็บป่วยก็จะหาย


ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 19: The Sun



ดวงอาทิตย์ เป็นคนร่าเริง สดใส มองโลกในแง่ดี ชีวิตมั่นคง ขยัน กระตือรือร้น มั่นใจในตัวเอง แต่ใจร้อนไปหน่อย

สถานการณ์ จะมีโชคดี มีชื่อเสียง ความสำเร็จกำลังมา อุปสรรคจะหมดไป มีชัยชนะ สมหวัง

การงาน สำเร็จด้วยดี ธุรกิจส่วนตัวขยับขยาย หรือได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

อาชีพที่เหมาะ อาชีพที่ต้องเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปเช่น ดารานักร้อง จะเป็นคนมีชื่อเสียง

การเงิน ดี มีโบนัส มีโชคลาภ

ความรัก สมหวัง จะได้คู่แท้ ได้พบคู่ที่ถูกใจ การต่างงานราบรื่น ถ้าหวังมีลูกก็จะได้มี


สุขภาพ แข็งแรงสมบูรณ์

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 18: The Moon



ดวงจันทร์ เป็นคนอมทุกข์ ขี้วิตกกังวล ไม่ค่อยมีความสุข

สถานการณ์ ไม่ค่อยแน่นอน ขมุกขมัว รู้สึกหดหู่ ไม่สบายใจ ยังไม่มีคำตอบสำหรับปัญหา โดนใส่ร้ายป้ายสี

การงาน ล่าช้า ผันผวน เอาแน่เอานอนไม่ได้ ได้งานไม่ถูกใจ

อาชีพที่เหมาะ งานศิลปะ งานกลางคืน

การเงิน ทรัพย์สินสูญหาย การเงินไม่มั่นคง

ความรัก ไม่เป็นสุข แม้ไม่เลิกร้างแต่ก็ทุกข์ใจ หวานอมขมกลืน รักซ่อนเร้น ไม่ราบรื่น

สุขภาพ ซึมเศร้า


ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 17: The Star



ดวงดาว เป็นคนชิลๆ เรียบร้อย พื้นฐานครอบครัวดี มีกินมีใช้ตลอด จิตใจดี โอบอ้อมอารี แต่ไม่ค่อยอดทน ถอดใจง่าย
สถานการณ์ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น เกิดความหวังขึ้นในใจ ได้รับข่าวดี

การงาน มีโชคดี แต่แม้ไม่มีงานทำก็อยู่ได้สบายๆ

อาชีพที่เหมาะ ทำงานที่บ้าน ธุรกิจเกี่ยวกับการปลูกบ้านและตกแต่งบ้าน ขายวัสดุก่อสร้าง

การเงิน ไม่รวยแต่ก็ไม่ฝืดเคือง

ความรัก คนโสดก็โสดแต่สุข หรือมีคนดีๆ เข้ามา คนมีคู่ก็เป็นชีวิตคู่ที่ราบรื่น


สุขภาพ ดี ถ้าป่วยจะหาย

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 16: The Tower



ตึกพัง เป็นคนหุนหันพันแล่น จิตใจมักว้าวุ่น ฟุ้งซ่าน ไม่สงบนิ่ง

สถานการณ์ ตึงเครียด กดดัน มีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน มีปากเสียงรุนแรง เกิดการทะเลาะวิวาท เกิดอุบัติเหตุ

การงาน โดนไล่ออก

อาชีพที่เหมาะ ก่อสร้าง

การเงิน ไม่ค่อยดี

ความรัก ทะเลาะกับคนรัก เลิกรา


สุขภาพ เจ็บป่วย เข้าโรงพยาบาล อาจมีเหตุให้ต้องผ่าตัด

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 15: The Devil



ปีศาจ เป็นคนฉลาดแกมโกง หมกมุ่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน โมโหร้าย อารมณ์รุนแรง

สถานการณ์ โดนหลอก ติดอยู่ในบ่วงกิเลส หลงผิด

การงาน ระวังโดนโกง มีศัตรูในที่ทำงาน

อาชีพที่เหมาะ ธุรกิจกลางคืน

การเงิน สูญเงินเพราะหลงผิด

ความรัก การมีชู้ รักซ้อน รักร้อนแรง


สุขภาพ โรคเกี่ยวกับการสืบพันธ์ ติดยา

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 14: Temperance



การเปลี่ยนแปลง เป็นนักคิด นักเดินทาง ไม่อยู่นิ่ง อารมณ์แปรปรวน

สถานการณ์ มีการเปลี่ยนแปลง การเริ่มต้น การปรับปรุงตนเอง การโยกย้ายที่ทำงานหรือที่อยู่อาศัย การเดินทางไกล

การงาน อาจมีการโยกย้ายงานแต่จะเป็นงานลักษณะเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมาก

อาชีพที่เหมาะ การสื่อสาร การต่างประเทศ ทูต ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก งานที่ต้องเดินทาง

การเงิน มีการหมุนเวียนดี ได้มาก็ใช้ไป

ความรัก พบรักกับคนต่างถิ่น พบรักจากการเดินทาง หรือคนรักเก่าหวนกลับมา


สุขภาพ ภูมิแพ้ หวัด เหน็บชา เจ็บข้อเท้า

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 13: Death



ความตาย เป็นคนโมโหร้าย มีอำนาจ เข้าถึงยาก ดวงแข็ง รักแรงเกลียดแรง

สถานการณ์ กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง การจบสิ้นของบางอย่างเพื่อไปสู่อีกอย่าง โชคร้ายกำลังมาเยือน การแยกจาก การเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ

การงาน มีการโยกย้าย เปลี่ยนงาน

อาชีพที่เหมาะ แพทย์ นักจิตวิทยา ขายประกันชีวิต

การเงิน มีเรื่องให้เสียทรัพย์

ความรัก หย่าร้าง สิ้นสุดความสัมพันธ์ คนโสดหาคู่ยาก


สุขภาพ ไม่ค่อยดี ควรตรวจร่างกายให้ละเอียด และหมั่นทำบุญทำทาน

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 12: The Hanged Man



คนห้อยหัว เป็นคนเก็บตัว ทุ่มเทชีวิตเพื่อบรรลุเป้าหมาย อุทิศตนต่อสิ่งที่รัก เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ทำบุญคนไม่ขึ้น

สถานการณ์ หวังสิ่งใดจะผิดหวัง มีเรื่องให้ต้องเสียสละอะไรบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งบางอย่าง จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อได้สูญเสียอะไรบางอย่างไปแล้ว

การงาน ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ติดขัด มีปัญหายืดเยื้อ

อาชีพที่เหมาะ อาชีพที่ใช้ความชำนาญในเชิงลึก

การเงิน ติดขัด เก็บเงินไม่อยู่

ความรัก ยังไม่สมหวัง มีอุปสรรค รักจืดชืด


สุขภาพ เจ็บป่วยเรื่อรัง มีปัญหาในช่องท้อง อาจมีการผ่าตัด

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 11: Justice



ความยุติธรรม เป็นคนรักความถูกต้อง มีอำนาจ รู้จักใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา

สถานการณ์ มีการทำสัญญาเช่นร่วมทุน ร่วมหุ้น แต่งงาน หรือหย่าร้าง มีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จะได้รับความยุติธรรม

การงาน ราบรื่น หรือได้เลื่อนขั้น

อาชีพที่เหมาะ ผู้พิพากษา ทหาร ตำรวจ ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ นักปกครอง
การเงิน เงินทองได้มาจากการทำงาน ไม่มีทางลัด ไม่มีโชคลาภ

ความรัก เจอคนจริงจังในรัก เป็นความรักที่เท่าเทียม มีความรักความซื่อสัตย์


สุขภาพ พักผ่อนไม่เพียงพอ ระวังโรคไต และโรคผิวหนัง

ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 10: Wheel of Fortune



กงล้อแห่งโชคชะตา เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ ใจบุญ ดวงดีมีคนอุปถัมภ์ ชีวิตมักประสบความสำเร็จ ชอบเรียนรู้ ขยัน แต่อาจมองโลกในแง่ดีเกินไป

สถานการณ์ มีความก้าวหน้า มีโอกาสดีๆ เข้ามา มีการขยับขยาย มีการเปลี่ยนแปลง

การงาน ขยายกิจการ หรือได้เลื่อนขั้น

อาชีพที่เหมาะ กิจการเกี่ยวกับที่ดิน นายหน้าค่าที่ ทำนา ทำสวน ตึกแถวบ้านเช่า

การเงิน คล่องตัวมาก

ความรัก กำลังคืบหน้าไปในทางที่ดี สมหวังในรัก อาจพบรักในที่สาธารณะ

สุขภาพ ไม่มีปัญหา แค่ระวังโรคอ้วนหรือไขมันในเลือดอุดตัน


ความหมายไพ่ยิปซีหมายเลข 9: The Hermit



ฤาษี เป็นคนเก่ง สุขุม ใจเย็น เป็นผู้ใหญ่ แต่บางทีปิดกันตัวเองเกินไป ไม่ค่อยมีเพื่อน

สถานการณ์ ช่วงเวลาสงบนิ่ง ไม่วุ่นวาย ถ้ามีปัญหาก็ให้อดทนแล้วค่อยๆ ประคองตัวรอเวลาให้มันผ่านไป

การงาน นิ่งๆ แต่ถ้างานวิชาการจะทำได้ดี

อาชีพ ครู นักวิชาการ นักบวช

การเงิน มีพอเพียงและไม่ฟุ่มเฟือย

ความรัก คนโสดอาจขึ้นคานหรือแต่งงานช้า มักได้คู่แก่กว่ามากๆ คนมีคู่อาจต้องแยกกันอยู่


สุขภาพ โรคผิวหนัง โรคเรื้อรัง

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.