เพลง: King of Kings
ขับร้อง: รวมศิลปิน
เนื้อร้อง: สุรักษ์ สุขเสวี
ทำนอง: พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

เพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ


เหนือบัลลังก์ราชัน ใต้ไตรรงค์ธงไทย
โลกระบือลือไกล กษัตราผู้เปี่ยมน้ำพระทัย
ผู้ครองแผ่นดินนี้

พระทรงคอยปัดเป่า ทุกข์และความกังวล
หลอมรวมใจปวงชน
ประหนึ่งดังพระนามภูมิพล มหาราชเกริกไกร

*โลกต่างชื่นชมพระบารมี
ล้ำศักดิ์เลิศศรีไปยังแดนไกล
สูงส่งทัดเทียมเทพไท สดุดีไว้ หนึ่งเดียวนี้

King of Kings, King of Kings
ปกครองไพร่ฟ้า ด้วยความรัก ด้วยธรรมโดยแท้จริง

King of Kings, King of Kings
ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก้องไปทั้งฟ้าดิน
พระทรงครองในทศพิธราชธรรม
พระชี้นำให้มีความรักและสามัคคี
King of Kings.

พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย ทุกข์พระวรกาย
เพื่อปวงชนชาวไทย ได้อยู่บนผืนแผ่นดินร่มเย็น
ยั่งยืนสืบไป


เพลง: The Living Proof
ขับร้อง: Mary J. Blige
เนื้อร้อง/ทำนอง: Mary J. Blige, Thomas Newman, Harvey Mason Jr. and Damon Thomas

เพลงจากหนังเรื่อง The Help เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าชะตาชีวิตกำลังเล่นตลก รู้สึกเหมือนจะไปต่อไม่ไหว ให้มาฟังเพลงนี้ เพราะมันเตือนใจเราว่า เราเคยผ่านเรื่องยากๆ มาแล้ว ฉะนั้นเราแกร่งพอที่จะผ่านมันไปได้อีก

It's gonna be a long long journey
It's gonna be an uphill climb
It's gonna be a tough fight
There's gonna be some lonely nights
But I'm ready to carry on
I’m so glad the worst is over (cos it almost took me out)
I can start living now ooh ooh
I feel like I can do anything
And finally I'm not afraid to breathe

Anything you say to me
And everything you do
You can’t deny the truth
Cos I’m the living proof
So many don’t survive
They just don’t make it through
But look at me oh ho
I’m the living proof - oh yes I am

Thinking 'bout how life's been painful
Took a while to learn how to smile
So now I’m gonna talk to my people oh oh
About the storm wo ooh
So glad the worst is over
I can start flying now oh ho
My best days are right in front of me
Yet I’m almost there
Cos now I’m free oh

Anything you say to me
And everything you do
You can’t deny the truth
Cos I’m the living proof
So many don’t survive
They just don’t make it through
But look at me, I’m the living proof

I know where I’m going
Cos I know where I’ve been oh oh
I kind of feel strong as
I’m gonna stay strong keep going
That’s the way that I’ll win

Anything you say to me
And everything you do (everything you do)
You can’t deny the truth
Cos I'm the living proof
So many don’t survive
They just don’t make it through
But look at me, I’m the living proof

Nothing ‘bout my life’s been easy
But nothing’s gonna keep me down no
Cos I know a lot more today
And I know yesterday
So I’m ready to carry on



เพลง: My Heart Will Go On
ขับร้อง: Celine Dion
เนื้อร้อง: Will Jennings
ทำนอง: James Horner

เพลงนี้ฟังเมื่อไหร่ก็ทำให้คิดถึงความรักของ Jack กับ Rose จากหนังเรื่อง Titanic เมื่อนั้น สำหรับเราแม้หนังจะจบไปนานแล้ว แต่ความประทับใจไม่เคยจบ เพราะความรักของคนทั้งสองยังคง go on อยู่ในหัวใจเราตลอดมา


Every night in my dreams
I see you, I feel you,
That is how I know you go on

Far across the distance
And spaces between us
You have come to show you go on

Near, far, wherever you are
I believe that the heart does go on
Once more you open the door
And you're here in my heart
And my heart will go on and on

Love can touch us one time
And last for a lifetime
And never let go 'til we're gone

Love was when I loved you
One true time I hold to
In my life we'll always go on

Near, far, wherever you are
I believe that the heart does go on
Once more you open the door
And you're here in my heart
And my heart will go on and on

You're here, there's nothing I fear,
And I know that my heart will go on
We'll stay forever this way
You are safe in my heart
And my heart will go on and on



เพลง: The Same Sun
ขับร้อง/เนื้อร้อง: Chris de Burgh

เพลงแนวซอฟร็อคเพลงนี้ฟังกี่ครั้งก็จับใจ เป็นเพลงที่ให้ความหมายดีๆ ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะอยู่เคียงข้างเราเหมือนเดิม เฉกเช่นดวงตะวันที่ส่องแสงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

I cannot sleep tonight, I have you on my mind
Even the wind is calling your name
Though you are far away, I feel that you are near
Whispering words from over the sea
And if you wake in your night remember that I will be here;

And like the same sun that's rising on the valley with the dawn
I will walk with your shadow and keep you warm
And like the same moon that's shining through my window here tonight
I will watch in your darkness and bring you safely to the morning light

Where there is love like this, forever for all time
I will be there wherever you are
Where there are hearts that live together in one soul
Nothing on earth will keep us apart
And if you're crying inside, remember that I will be here

And like the same sun that's rising on the valley with the dawn
I will walk with your shadow and keep you warm
And like the same moon that's shining through my window here tonight
I will watch in your darkness and bring you safely to the morning light
I love you , I love you. I love you

And if you're crying inside remember that I will be here
And like the same sun that's rising on the valley with the dawn
I will walk with your shadow and keep you warm
And like the same moon that's shining through my window here tonight

I will watch in your darkness and bring you safely to the morning light
Same sun , the same moon, the same sun, the same moon
You will be forever in my world
I love you, I love you, I love you

You will be forever in my heart



ภาพยนตร์: สุริโยไท
กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
นำแสดงนำ: หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ศรัญยู วงศ์กระจ่าง, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, จอนนี่ แอนโฟเน่, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, ใหม่ เจริญปุระ

สุริโยไทคือภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เรื่องยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งที่นำนักแสดงทั่วฟ้าเมืองไทยในตอนนั้นมาร่วมแสดง ตัวละครตัวเล็กตัวน้อยแม้มีบทไม่มากแต่ก็ใช้นักแสดงดังๆ มาเล่นเต็มเรื่อง ถือเป็นหนังที่ดูยังไงก็คุ้ม

หนังเรื่องนี้ถูกสร้างจากพระดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่พระองค์ทรงเป็นห่วงว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยกำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำของคนไทย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม (ท่านมุ้ย) จึงสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนไทยได้ระลึกถึงบรรพบุรุษที่รักษาประเทศชาติให้ดำรงคงอยู่จนทุกวันนี้

หนังดำเนินเรื่องตามชีวิตของพระสุริโยไท (หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) โดยมีความวุ่นวายในการยึดราชบัลลังก์แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นเส้นเรื่อง ในช่วงที่พระไชยราชาธิราช (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ครองราช ท่านแต่งตั้งพระเฑียรราชา (ศรัญยู วงศ์กระจ่าง) ซึ่งเป็นพระสวามีของพระสุริโยไทขึ้นเป็นพระมหาอุปราชา (ผู้ที่จะสืบทอดราชบังลังก์เป็นพระองค์ต่อไป) พระไชยราชามีพระมเหสีคือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ (ใหม่ เจริญปุระ) โดยเธอลักลอบมีสัมพันธ์กับ ขุนชินราช (จอนนี่ แอนโฟเน่) จนคบคิดกันโค่นราชบัลลังก์ของพระไชยราชา ซึ่งก็ทำสำเร็จ

ศึกในบ้านยังไม่สงบดีก็ต้องมาสู้กับศึกนอกบ้านเพราะพม่านำโดย พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ (ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์) ยกทัพมารุกรานกรุงศรีอยุธยา ทำให้เกิดสงครามยุทธหัตถีขึ้นที่ทุ่งมะขามหย่อง พระสุริโยไทต้องเข้าร่วมรบและสิ้นพระชนม์ในครานั้น

หนังเรื่องนี่ถ่ายทำยาวนานหลายปี ความยาวของหนังมีถึง 5 ชั่วโมง แต่ท่านมุ้ยตัดต่อให้เหลือ 3 ชั่วโมงเพื่อเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศไทยในปี 2544 ตอนนั้นคนไทยแห่ไปดูกันอย่างล้นหลาม ถือเป็นหนังแห่งสยามประเทศโดยแท้จริง หนังทำรายได้สูงถึง 324.5 ล้านบาท (เฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่) ซึ่งเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในตอนนั้น จนมาโดนโค่นด้วยเรื่อง พี่มากพระโขนง

เราไปดูในโรงหนังเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงหนึ่งรอบ และได้ดูเวอร์ชั่น 5 ชั่วโมงตอนที่ช่อง 7 นำมาฉายทางทีวีอีกหนึ่งรอบ ต้องบอกว่าเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงดีตรงที่กระชับ (กระชับแล้วยัง 3 ชั่วโมง) แต่บางตอนดูไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะตัดเนื้อหาไปเยอะ พอมาดูแบบ 5 ชั่วโมงเต็มทีนี้รู้เรื่องเข้าใจทั้งหมด ซึ่งขอบอกว่าเราชอบมาก บางคนอาจไม่ชอบเพราะน่าเบื่อ แต่เราชอบหนังแบบนี้อยู่แล้วก็เลยฟิน

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของหนังเรื่องนี้เห็นจะเป็นการลงทุนสร้างฉากแต่ละฉากที่พิถีพิถันกันอย่างมาก เสื้อผ้า หน้าผม ของตัวละครแต่ละตัวก็ประณีต เรียกว่าโปรดักชั่นจัดเต็มจริงๆ แต่ต้องยอมรับว่าเนื้อหาหนังยาวมาก บทหนังไม่ใช่ไม่ดีแต่พอยาวขนาดนี้มันจึงไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน ต้องเป็นคนที่ชอบดูหนังประวัติศาสตร์จริงๆ ถึงจะชอบ

สิ่งที่เราชอบที่สุดจากหนังไม่ใช่โปรดักชั่น ไม่ใช่การตัดต่อ ไม่ใช่บทหนัง แต่เป็นการแสดง โดยเฉพาะการแสดงของ ใหม่ เจริญปุระ และ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ทั้ง 2 รับบทหนักพอสมควร พี่ใหม่ต้องใช้พลังการแสดงอย่างสูงเพราะบทมีมิติ เธอต้องเป็นทั้งผู้หญิงที่อ่อนหวาน ยั่วยวน และโหดเหี้ยมในคนๆ เดียวกัน ขณะที่พี่อ๊อฟก็แสดงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เก่งกาจและทรงอำนาจได้ดีเยี่ยม การแสดงของ 2 คนนี้จับใจเราจริงๆ

หนังสร้างมาเพื่อเชิดชูความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของพระสุริโยไทซึ่งก็ทำได้ดี แต่ต้องยอมรับว่าเนื้อหาที่สนุกจริงๆ คือเรื่องของการแย่งชิงราชบัลลังก์มากกว่า

ให้คะแนน 4/5

***สปอยขั้นสูงสุด***

นำหนังเรื่องนี้มาอัพบล็อกในเดือนนี้ (เดือนแห่งการรำลึกถึงพระมหากษ้ตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย) เพราะอยากจะบอกว่า ฉากที่เราประทับใจที่สุดจากหนังเรื่องนี้คือฉากการทำงานของพระมหากษัตริย์

หลังจากที่พระไชยราชาโดนลอบวางยาพิษ หมอหลวงบอกว่าท่านจะต้องสวรรคตภายใน 7 วัน ซึ่งไม่ใช่สวรรคตธรรมดา แต่จะได้รับความทรมานเพราะยาพิษจะออกฤทธิ์ทำให้เลือดไหลออกจากทุกส่วนของร่างกาย จะเจ็บปวดมาก จะหมดแรง และจะสิ้นลมหายใจในที่สุด สิ้นคำอธิบายจากหมอหลวงสิ่งแรกที่พระไชยราชาตรัสคือ เรียกเหล่าข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่มาให้หมด เพราะยังมีข้อราชการอีกมากที่ต้องสั่งงานให้เสร็จสิ้นก่อนจะสวรรคต

ฉากนี้ทำให้เราน้ำตาไหล เพราะถ้าเป็นเราเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะตายแต่ก่อนตายต้องทรมานไปอีก 7 วันเราคงไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้ว แต่คนที่เป็นพระมหากษัตริย์ ท่านไม่นึกถึงพระองค์เองเลย ทรงงานจนนาทีสุดท้ายจริงๆ


สดุดีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานทุกวันแม้ในวันที่ทรงพระประชวร


ทริป: นครนายก
ช่วงที่ไป: พฤศจิกายน 2558

อยากไปเที่ยวน้ำตกมานานแล้ว พอเดอะแก๊งบอกให้จัดทริปเลยเลือกนครนายก และเนื่องจากเราเป็นคนจัดการทริปทั้งหมดตั้งแต่นัดเพื่อนๆ หาที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว โปรแกรมนี้เลยจัดตามใจตัวเองคือ เที่ยวมันวันเดียวสามน้ำตกเล้ยยยยย

สิ่งที่แพลน
วันแรก - อาหารเช้าที่แมคโดนัล + ทำบุญที่วัดน้ำตกสาริกา + เล่นน้ำตกสาริกา + อาหารกลางวันที่สะพานปูน + เล่นน้ำตกวังตะไคร้ + เล่นน้ำตกนางรอง + อาหารค่ำที่ครัวคุณรัช
วันกลับ - อาหารเช้าที่สีดารีสอร์ท + เล่น activity zone ในสีดารีสอร์ท + กินก๋วยเตี๋ยวเรือกะลาลุงเผ่า + ล่องเรือที่เขื่อนขุนด่านปราการชล

สิ่งที่ทำ
วันแรก - อาหารเช้าที่แมคโดนัล + ทำบุญที่วัดประสิทธิเวชคลอง 15 + อาหารกลางวันที่สะพานปูน + เล่นน้ำตกนางรอง (ดูไพ่ยิปซีให้เพื่อนๆ ที่น้ำตกนางรอง) + อาหารค่ำที่ครัวริมเขื่อน
วันกลับ- อาหารเช้าที่สีดารีสอร์ท + เล่น activity zone ในสีดารีสอร์ท + กินก๋วยเตี๋ยวเรือกะลาลุงเผ่า + ถ่ายรูปที่สันเขื่อนขุนด่านปราการชล


เป็นเรื่องปกติมากที่แพลนอะไรไว้แล้วมันก็ไม่เป็นไปตามแพลน ก็ไม่เป็นไรค่ะ ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเราต้องลื่นไหลไปตามสถานการณ์ 555+ เนื่องจากกว่าจะออกจากจุดนัด กว่าจะถึงร้านแมคฯคลองสองเพื่อกินอาหารเช้า ก็ช้ากว่าที่แพลนไปเกือบชั่วโมง ไหนจะมีคนเสนอว่าถ้าจะไปวัดก็ควรไปถวายสังฆทานกันด้วย ก็เลยแวะบิ๊กซีเพื่อซื้อของสังฆทาน พอออกจากบิ๊กซีไม่นานก็เห็นป้ายวัดประสิทธิเวชก็เลยแวะกัน ทำบุญไหว้พระเสร็จจึงเดินทางต่อ เหลือบดูนาฬิกา อ้าว เที่ยงกว่าแล้วมุ่งหน้าไปสะพานปูนหาอาหารเที่ยงกินกันเลยละกัน


ที่สะพานปูนมีร้านอาหารริมลำธารหลายร้าน พอหาที่นั่งได้ก็สั่งกันแบบไม่บันยะบันยัง อากาศดีวิวสวยค่ะแต่อาหารแพงไปหน่อย รสชาติใช้ได้แต่ไม่คุ้มราคา ไม่เป็นไรถือว่าซื้อบรรยากาศ...

อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็ไปที่พักซึ่งเลือกพักที่สีดารีสอร์ท ห้องกว้างใหญ่ ในห้องสะอาดดีแต่ค่อนข้างเก่าค่ะ ที่ห้องมีระเบียงด้วยแต่สกปรกมากคือถ้าจะมีระเบียงแล้วไม่ทำความสะอาดก็ไม่ต้องมีดีกว่านะเราว่า แฮ่ะๆๆ


สำรวจห้องนิดหน่อยก็รีบไปน้ำตก ยังต้องการไปทั้ง 3 น้ำตกอย่างที่ตั้งใจ แต่เอาเข้าจริงก็ได้แค่น้ำตกเดียวคือน้ำตกนางรอง ไปถึงก็ 4 โมงเย็นแล้ว คนอื่นเขาเดินออกแต่แก๊งเราเดินเข้า 555+ ก็ดีเหมือนกันคนไม่เยอะดีค่ะ แก๊งเรามีคละคนมากคือทั้งเด็กตั้งแต่ 8 ขวบไปถึงผู้ใหญ่อายุ 50 กว่า มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย เที่ยวกับคนหลายเพศหลายวัยก็สนุกดี แต่ละคนมีความต้องการที่หลากหลาย เช่นพอถึงน้ำตก เด็กก็รีบวิ่งลงน้ำทันที ส่วนผู้สูงวัยขอนั่งก่อนเพราะเดินมาเหนื่อย ส่วนวัยกลางๆ อย่างเราก็ปูเสื่อเปิดไพ่ยิปซีดูกันหนุกหนาน (อยากเที่ยวน้ำตกแต่ดันไม่ได้เล่นน้ำ มัวแต่ดูไพ่ -_-“)

ประมาณ 5 โมงเย็นก็มีเสียงออดดังขึ้น มองซ้ายขวาหน้าหลัง อ้าว ผู้คนที่ทีแรกยังพอมีอยู่บ้างหายไปหมดแล้วเหลือแต่กลุ่มพวกเรา 12 คนก็เลยเก็บเสื่อ เรียกเด็กขึ้นจากน้ำ เก็บของแล้วรีบออกจากบริเวณนั้นก่อนที่เขาจะปิด ไม่อยากค้างคืนริมน้ำตก ไม่ได้กลัวนะแต่เสียดายค่าที่พักที่จ่ายให้สีดารีสอร์ทไปแล้วอ่ะ 555+

นั่งเล่นและรอเด็กๆ อาบน้ำกันที่รีสอร์ทจน 6 โมงครึ่งก็ออกไปหาอาหารค่ำกินกัน อยากจะไปครัวคุณรัชที่เพื่อนแนะนำว่าอร่อยแต่ไปไม่ถึงหิวกันทั้งรถเลยหยุดที่ร้านริมเขื่อน ก็อร่อยดี ราคาสมเหตุสมผล กินเสร็จกลับที่พัก นอนเอาแรงเพราะวันรุ่งขึ้นเตรียมจะไปเล่นกิจกรรมของรีสอร์ทค่ะ





วันรุ่งขึ้น หลังมื้อเช้าก็เดินดูโซนกิจกรรม เหตุผลที่เลือกพักที่นี่เพราะกิจกรรมเขาเยอะดีแต่ต้องเสียเงินเพิ่มนะคะ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าห้องพัก นอกจากโซนกิจกรรมแล้วยังมีโซนน่ารักๆ ไว้ให้ถ่ายรูปกันด้วย มีที่ให้เด็กๆ เลี้ยงหญ้าแกะและม้าด้วย

โซนกิจกรรมสนุกดีค่ะ ชอบๆๆ กว่าจะเล่นกิจกรรมกันเสร็จก็เกือบเที่ยงเลยไปขอเขาเช็คเอาท์เลทเขาก็ให้ได้ไม่เกินบ่ายโมง รีบอาบน้ำเก็บของ และเช็คเอาท์ตอนบ่ายโมงตรงพอดีค่ะ

ออกเดินทางไม่นานก็หิวกันสุดๆ เลยตรงไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือกะลาลุงเผ่าซึ่งมีคนโพสในพันทิปว่าอร่อยก็เลยตามไปกิน ร้านนี้มีที่นั่งสองแบบคือนั่งแคร่ให้ปลาตอดขาเล่นหรือนั่งโต๊ะที่เอาเรือมาดัดแปลงเป็นโต๊ะ ส่วนชามก๋วยเตี๋ยวเขาใช้กะลามาทำค่ะ ให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์และการตกแต่งร้านเต็ม 10 ส่วนรสชาติอาหารก็ใช้ได้ค่ะ ลุงเผ่าแกมาจดออร์เดอร์เองเราถามว่าใส่พริกมาให้เลยไหม ลุงบอกใช่ เราเลยบอกเอาเผ็ดน้อย แต่จริงๆ ควรสั่งไม่เผ็ดจะดีกว่า เพราะเผ็ดน้อยของลุงเผ่าคือเผ็ดมากๆ สำหรับเรา ส่วนเผ็ดปกติของลุงแกเพื่อนเราที่ว่าแน่เรื่องกินเผ็ดยังต้องยอมแพ้ค่ะ

กว่าจะกินเสร็จก็บ่าย 2 โมง จากนั้นก็เคลื่อนพลไปเขื่อนขุนด่านปราการชล ตั้งใจว่าจะล่องเรือแต่แดดร้อนมากๆ เลยแค่ไปถ่ายรูปกันเฉยๆ แล้วก็เดินทางกลับ



ทริปนี้ก็สนุกเหมือนกับทุกๆ ทริปค่ะ กับเดอะแก๊งนี่คือจะไปเที่ยวค้างคืนกันปีละครั้ง ยังไม่ทันจบทริปก็เริ่มคุยกันถึงทริปหน้าแล้วว่าจะไปไหนกันดี แหม เรื่องกินเรื่องเที่ยวนี่แค่คุยก็สนุกแล้วว่าไหมคะ :)




ทริป: พัทยา
ที่พัก: U Pattaya

ช่วงที่ไป: มิถุนายน 2559

ไปเที่ยวพัทยาครั้งนี้จองที่พักที่ U Pattaya ที่นี่กำลังเป็นที่นิยมเพราะเปิดใหม่ได้ไม่นาน เราว่าคนไทยชอบลองของใหม่ ที่ไหนเปิดใหม่ๆ คนไทยมักจะแห่ไปกัน (เราถึงเราด้วย) อย่างตอนไปเกาะหัวใจมรกตที่พม่าก็เหมือนกัน เกาะเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน คนไทยไปกันเยอะมากจริงๆ

ทราบมาว่า U Pattaya เต็มเอี๊ยดทุกห้อง คาดว่าคนคงต้องเยอะมาก แต่จริงๆ ไม่เยอะเท่าไหร่ คงเพราะเขาไม่ได้มีห้องพักมากนัก ก็ไม่พลุกพล่านดีค่ะ
บรรยากาศที่โรงแรมนี้ดีตรงที่ต้นไม้ใหญ่เยอะ ร่มรื่น การดีไซน์สังเกตว่าเน้นกลมกลืนกับธรรมชาติโดยใช้วัสดุพวกไม้กับไม่ไผ่เป็นส่วนใหญ่ ตกแต่งภายนอกได้สวยค่ะ

แต่ในส่วนของห้องพักเราว่าเล็กไปหน่อย เครื่องอำนวยความสะดวกในห้องพักก็ตามมาตรฐานไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ทำให้เราคิดว่าค่าที่พักแพงไปนิดไม่สมราคาเท่าที่ควร (ซึ่งอันนี้ก็คงแล้วแต่มาตรฐานของแต่ละคนนะคะ บางคนเขาอาจชอบแบบนี้)

เราพักห้อง Garden Villa ถ้าใครชอบห้องแบบแสงสลัวๆ คงถูกใจ แต่เราไม่ชอบ คือมีไฟให้น้อยมาก พอเริ่มพลบค่ำก็มองอะไรไม่ค่อยเห็นแล้วค่ะ (หรือว่าเราแก่แล้ว ตาไม่ดีเอง 555+)







ที่นี่ดีตรงติดชายหาดซึ่งผู้คนไม่พลุกพล่าน แถมตรงหาดก็มีเก้าอี้สวยๆ ให้นั่งเล่นนอนเล่น สบายค่ะ บางจุดมีร่มกางให้ บางจุดมีต้นไม้ใหญ่ให้อาศัยร่มเงา ชอบบรรยากาศด้านหน้าชายหาดมากค่ะ สวยและสบาย


ไปดูห้องอาหารกันค่ะ ที่นี่ห้องอาหารเล็กๆ แต่จัดที่นั่งได้น่ารัก มีทั้งโซนในห้องแอร์และนอกห้อง โต๊ะ-เก้าอี้เป็นไม้ตามคอนเซ็ปต์ สำหรับเมนูอาหารเช้าก็มีให้เลือกหลากหลายค่ะ ทั้งเบเกอรี่ ข้าวต้ม ติ่มซำ อเมริกันเบรคฟาสต์ แพนเค้ก ผลไม้ มีน้ำผลไม้ให้เลือกหลายอย่างด้วย รสชาติใช้ได้ค่ะ (ขออภัย หิวจัด มือสั่น ภาพอาหารเลยไม่ค่อยชัดค่ะ แฮ่ๆๆ)








สำหรับไฮไลท์ของทริปนี้คือการลงเล่นสระว่ายน้ำของที่พักค่ะ สระที่นี่เล็กๆ แต่เนื่องจากคนไม่เยอะก็เลยไม่อึดอัด หรือเพราะเรามากันเยอะ (11 คน เด็กอีก 2) คนอื่นเขาเลยไม่มาเล่นแถวๆ พวกเราก็ไม่รู้ค่ะ 555+

เนื่องจากเราและเพื่อนๆ ติดกับการเล่นสระน้ำแบบคนไทย คือใส่ชุดว่ายน้ำไว้ข้างในแล้วทับด้วยเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น ซึ่งสระว่ายน้ำโรงแรมของไทยส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้เขาให้กันนะคะ แต่ที่นี่ไม่ให้นะคะ ขอเตือนไว้ก่อน เขาอนุญาตให้ลงเฉพาะชุดว่ายน้ำเท่านั้น แต่พวกป้าๆ อย่างเราไม่รู้อิโหน่อิเหน่ลงไปเล่นอยู่ตั้งนานกว่าพนักงานจะมาบอกว่าไม่ได้ แฮ่ๆๆ ก็เตรียมชุดไปให้ถูกด้วยนะคะถ้าจะไปพักที่นี่

จบแล้วค่ะ นี่ก็เป็นทริปที่สนุกอีกทริปนึงค่ะ จริงๆ ไปกับเพื่อนๆ ที่รู้ใจไปไหนก็สนุกค่ะ แต่เป็นทริปที่แพงไปหน่อย ไม่ได้บอกว่าที่พักที่นี่ไม่ดีนะคะ แต่สำหรับเรามันไม่ค่อยสมราคาค่ะ

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.